วันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ประโยคภาษาเกาหลีที่ควรรู้


คำพื้นฐานนะค่ะ

안녕하세요. (อัน-นยองฮาเซโย) = สวัสดีค่ะ
실례합니다. (ชิล-รเยฮัมนีดา) = ขอโทษนะคะ (ใช้เป็นการขอรบกวนค่ะ ประมาณว่า Excuse me.)
죄송합니다. (ชเว-ซงฮัมนีดา) / 미안합니다. (มีอันฮัมนีดา) = ขอโทษค่ะ (ใช้ขอโทษเมื่อทำผิด เป็นระดับสุภาพและระดับธรรมดาค่ะ)
감사합니다. (คัมซาฮัมนีดา) = ขอบคุณค่ะ
괜찮습니다. (แควนชันซึมนีดา) = ไม่เป็นไรค่ะ
아니요. (อานีโย) = ไม่ค่ะ
네. (เน) = ค่ะ,ใช่ค่ะ (ไว้ขานรับ)
제가 태국인입니다. (เชกา แทกุกิน อิมนีดา) = ฉันเป็นคนไทยค่ะ

การซื้อของค่ะ

คำนาม + 있나요? (…อิซนาโย๊) = มี + คำนาม + ไหมคะ?

ใช้ในกรณีที่คุณเดินเข้าไปในร้านค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งมีสินค้ามากมายไปหมด ถ้าหากคนขายทักทายเราก็ให้ส่งยิ้มแล้วถามกลับเลยค่ะ ไม่ว่าเขาจะทักมาว่ายังไง(ซึ่งบางทีเราอาจฟังไม่รู้เรื่อง) ประมาณว่า ขอโทษนะคะ มีเจ้านี่ไหมคะ? ไม่รู้ว่าแม่ค้าเกาหลีคนนั้นจะใจดีหรือเปล่า เพราะฉะนั้นถามแล้วก็ควรซื้อนะคะ
คำตอบที่ได้ก็จะเป็น
 있어요. (อิซซอโย) มีค่ะ หรือ 아니오. (อานีโอ) ไม่มีค่ะ
얼마예요? (ออลมาเยโย๊?) = เท่าไหร่คะ?


พอได้พบกับสิ่งที่ต้องการแล้วเห็นว่ามันถูกใจก็ถามราคาเลยค่ะ สินค้าแต่ละอย่างนั้นบางอย่างก็จะมีราคาติดอยู่บนสินค้า เป็นป้ายแปะอยู่ที่ชั้นวาง หรืออาจจะมีราคากำกับไว้ตรงไหนสักที่ แต่หากเราสนทนากับคนขายอยู่สามารถถามเขาได้เลยค่ะไม่ต้องมัวหาป้าย
เลขราคา(วอน) + 원이에요. (…วอนีเอโย) = เลขราคา(วอน) + วอนค่ะ
คำตอบที่ได้จากแม่ค้าก็คือราคาของสิ่งนั้นๆ นั่นเองค่ะ สกุลเงินของเกาหลีคือเงินวอน (원) โดยจะบอกจำนวนหรือตัวเลขราคามาก่อนตามด้วยคำว่าวอน ดังนั้นควรแม่นตัวเลขไว้ก็ดีนะคะ
คำนาม + 주세요. (…จูเซโย) = ขอ + คำนาม + ค่ะ


ดูสินค้าหลากหลายอย่างแล้ว ถูกใจก็เยอะแยะ แต่ที่จะซื้อน่ะมีแค่อย่างเดียวนี่ ให้ประโยคนี้ในการเจาะจงไปยังของที่จะเอาค่ะ เช่น ดูทั้งเสื้อ กระโปรง หมวก ผ้าพันคอ ถุงเท้า กางเกง แต่จะเอาแค่เสื้อ ก็บอกไปเลยว่างั้นขอเสื้อค่ะ หมายความว่าจะเอาแค่เสื้อนั่นเอง (ควรระบุด้วยนะคะว่าจะเอาเสื้อน่ะเสื้อไหน)




การเดินทาง

สถานที่ + 이어디에있어요? (…อี ออดีเอ อิซซอโย๊) = สถานที่ + อยู่ที่ไหนคะ?
ควรถามบุคคลที่ให้บริการด้านนี้จะให้คำตอบได้ดีที่สุดค่ะ เช่น หากจะไปด้วยรถไฟฟ้าก็ถามพนักงานรถไฟฟ้าที่ให้บริการตั๋วหรือคอยเดินตรวจแถวๆ นั้นได้ว่าที่นี่อยู่ที่ไหน หากไม่มั่นใจก็ถามต่อค่ะ
สถานที่ +이 여기에서멉니까? (…อี ยอกีเอซอ มอบนีก๊ะ) = สถานที่ + อยู่ไกลจากที่นี่ไหมคะ?
ทราบแล้วว่าอยู่ที่ไหน แล้วคำถามต่อไปก็คือ ที่นั่นน่ะอยู่ใกล้ไกลจากที่นี่แค่ไหน ซึ่งถ้าไม่ไกลมากก็เดินไปได้เลยค่ะ การเดินเท้าของชาวเกาหลีเป็นเรื่องปกติเพราะเกาหลีไม่ได้ร้อนแดดเปรี้ยงอะไรและมีต้นไม้ร่มรื่นข้างทางด้วย หากเป็นวันที่มีเมฆจะบรรยากาศดีมากเลยนะคะ
สถานที่ + 에는어떻게가요? (…เอนึน ออต็อกเค คาโย๊) = ไป + สถานที่ + ยังไงคะ?

만나서 반갑습니다. (มันนาซอ พันกับซึมนีดา) = ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
영어를 할수 있어요? (ยองออรึล ฮัลซู อิซซอโย๊?) = พูดภาษาอังกฤษได้ไหมคะ?
ในกรณีที่คู่สนทนาพูดภาษาอังกฤษได้ก็จะตอบว่า할수 있어요. (ฮัลซู อิซซอโย) แปลว่า พูดได้ค่ะ แต่ในกรณีที่พูดไม่ได้ ก็จะตอบว่า 못해요. (มทแทโย) ที่แปลว่า ไม่ได้ค่ะ แล้วก็ต้องงมภาษาเกาหลีต่อไป~


คำศัพท์เพิ่มเติม


이거  (อีกอ) = นี่,อันนี้
저것 (ชอ-กอซ) = นั่น,อันนั้น
너무  (นอมู) = มาก,เกินไป
비싸요. (พีซาโย) = แพง
커요 (คอโย) = ใหญ่
작아요 (ชากาโย) = เล็ก
누구요? (นูกูโย๊) = ใครคะ?

왜요? (เวโย๊) = ทำไมคะ?
알았어요? (อารัซซอโย๊) = เข้าใจไหมคะ?
알았어요. (อารัซซอโย) = เข้าใจค่ะ
사진좀 찍어 주세요? (ซาจิน จม ชิกอ จูเซโย๊?) = ช่วยถ่ายรูปให้หน่อยได้ไหมคะ?
날씨가 시원해요. (นัลชีกะ ชีวอนแฮโย) = อากาศหนาว
날씨가 더워요. (นัลชีกะ ทอวอโย) = อากาศร้อน
쓰레기를 버리지마세요. (ซึเรกีรึล พอรีจิมาเซโย) = อย่าทิ้งขยะ
천천히 하세요. (ช่อนชอนฮี ฮาเซโย) = พูดช้าๆ หน่อยค่ะ
한복을 입고싶습니다. (ฮันบกกึล อิบโกชิพซึมนีดา) = อยากใส่ชุดฮันบกค่ะ
또 만나요. (โต มันนาโย) = แล้วพบกันใหม่



วันพุธที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2557

อาหารที่ไปเกาหลีแล้วไม่ควรพลาด




1. กิมจิ (Kimji)

     ไม่ว่าใครที่พูดถึงเกาหลีก็ต้องนึกถึงกิมจิใช่มั้ยค่ะ กิมจิเป็นผักดองเค็ม กิมจิเป็นอาหารเกาหลีประเภทผักดองที่อาศัยภูมิปัญญาก้นครัวของชาวเกาหลี ด้วยการหมักพริกสีแดงและผักต่างๆ โดยทั่วไปจะเป็นผักกาดขาว ชาวเกาหลีนิยมรับประทานกิมจิเกือบทุกมื้อ และยังนำไปปรุงเป็นส่วนประกอบอาหารอีกหลายอย่าง เช่น ข้าวต้ม ข้าวสวย ซุป ข้าวผัด สตู บะหมี่ จนถึงพิซซาและเบอร์เกอร์ ปัจจุบันกิมจิมีมากกว่า 187 ชนิด ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะมีรสเผ็ด เปรี้ยว และมีกลิ่นฉุน แม้ปัจจุบันมีบริษัทอาหารผลิตกิมจิสำเร็จรูปหรือแบบสดขายตามห้างสรรพสินค้าก็ตาม แต่ชาวเกาหลีก็ยังนิยมทำกิมจิกินเองที่บ้าน



2. ฮันจองซิก (hanjeongsik) 

ฮันจองซิก (hanjeongsik) 한정식 หรืออาหารชุดเกาหลี เป็นมื้อเต็มโต๊ะที่จัดอาหารมาเป็นชุด จุดกำเนิดอยู่ที่ในวัง หรือบ้านของขุนนางผู้มีอันจะกิน ปกติจะเริ่มต้น เสิร์ฟ์จานเรียกน้ำย่อยเป็นของเย็น ตามด้วยพวกข้าวต้มหรือโจ๊ก ต่อด้วยอาหารจานหลักซึ่งมีทั้งของต้ม ของทอด ของย่าง ของนึ่งหรือของหมัก รวมถึงหม้อไฟ และปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มของหวานพื้นเมือง



3. คาลบี้ ( Kalbi ) 

อาหารเกาหลี หมูปรุงรสย่าง คาลบี้ ( Kalbi ) 갈비 อาหารเกาหลีแบบปิ้งย่างที่มีชื่อเสียงของเกาหลี เป็นการนำเนื้อวัวหรือเนื้อหมูมาหมักกับเครื่องปรุงจนเนื้อนุ่ม แล้วจึงนำไปย่างบนแผ่นโลหะที่ถูกเผาจนร้อน ตอนย่างเนื้อนั้นจะย่างเป็นชิ้นโตพอสมควร พอใกล้สุกแล้วก็ต้องใช้กรรไกรตัดเป็นชิ้นพอดีคำ ทานกับเครื่องเคียงจำพวกผัก กระเทียมได้



4. บิบิมบับ ( Bibimbap )

 ข้าวยำผสมผักสูตรเกาหลีเป็นข้าวสูตรดั่งเดิมของเกาหลี ซึ่งนำเอาข้าวสวย ผักต่าง ๆ เช่น ถั่วงอก ผักกาด เห็ดหอม สาหร่าย และซอสสีแดง มาผัดรวมกัน ซึ่งก็จะได้รสชาตแบบเกาหลีจริง ๆ ทานพร้อมกับน้ำซุป กิมจิ ถั่วงอกดอง หรือเต้าหู้ทรงเครื่อง




5. เน็งเมียน ( Naengmyeon )

บะหมี่เย็น จะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก คือ บิบิม เนงเมียน คือ การทานแบบไม่ใส่น้ำซุป คล้ายเส้นหมี่แห้ง ที่ใส่ซอสแดงลงไป แล้วคลุกให้เข้ากันและใส่แครื่องต่างๆ รับประทาน และมุลเนงเนียน คือ บะหมี่เย็นแบบน้ำ ที่นำเส้นบะหมี่ที่ต้มสุก มาใส่น้ำซุป ใส่เครื่องต่างๆ และใส่น้ำแข็ง เป็นการทานบะหมี่และน้ำซุปเย็นที่ทำให้ รู้สึกเย็นสดชื่น



6.  ต๊อกโบกี ( Tukbokk )

ต๊อกโบกี (Tukbokki) ทำมาจากแป้งและนำมาผัดพร้อมราดด้วยซอส ซึ่งคำว่าต๊อก(떡)แปลว่า แป้งที่ทำจากข้าว ส่วนคำว่าโบกี(볶이)แปลว่า นำมาผัด ต๊อกโบกีเป็นอาหารว่างที่ได้รับความนิยมโดยทั่วไป ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้านหรือรถเข็นริมทาง แต่เดิมเรียกว่าต๊อกจิมและยังสามารถนำมาใส่ในเค้กข้าว (rice cake) ได้ กลายเป็นต๊อกกุก(ซุปเค้กข้าว) ซึ่งจะนิยมรับประทานในวันขึ้นปีใหม่ด้วย